ในยุคที่มนุษย์เงินเดือน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับฐานเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาสวัสดิการสำหรับพนักงาน ร่วมด้วย โดยเฉพาะชาว Gen Z ที่รักการทำงานแบบ Work Life Balance ยิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้องค์กรที่อยากได้คนรุ่นใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ต้องออกแบบสวัสดิการและคุ้มครองให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ดังนี้

  • โบนัสประจำปี

เพราะการทำงานหนักต้องมีสิ่งตอบแทน ทำให้โบนัสประจำปี เป็นสวัสดิการยอดฮิตที่พนักงานอยากได้รับในทุกยุคทุกสมัย เพื่อนำเงินพิเศษ จากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ไปใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว

ด้วยเหตุนี้ โบนัสประจำปี จึงกลายเป็นสวัสดิการชั้นดี ที่กระตุ้นให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงาน

  • สวัสดิการสุขภาพ

คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย และสุขภาพจิตกันมากขึ้น ทำให้บริษัทรุ่นใหม่เริ่มมีสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพ และ wellness เช่น ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม, ตรวจสุขภาพประจำปี, นวดประจำเดือน, เงินตัดแว่น,ประกัน OPD และ Voucher สำหรับไปนวด หรือทำสปา

  • วันหยุดมากกว่า 13 วันต่อปี

แม้ว่าสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามกฎหมายแรงงาน จะบังคับให้มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ อย่างน้อย 13 วันต่อปี รวมถึงมีการกำหนดเรื่องวันลาป่วย ลากิจ หรือลาพักร้อนไว้อย่างชัดเจน แต่ในหลายบริษัท มักมีการเพิ่มสวัสดิการวันลาพักร้อนมากกว่า 6 วัน เช่น ลาพักร้อน 12 วันต่อปี, ลาพักร้อน 15 วันต่อปี หรือแม้แต่วันลาพักร้อนได้ไม่จำกัด

  • สวัสดิการไลฟ์สไตล์ของพนักงาน

หากลองสังเกตรายละเอียด Job Description ของบริษัทรุ่นใหม่ดี ๆ จะเห็นได้ว่า มีสวัสดิการรองรับไลฟ์สไตล์ของพนักงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ชมรมประจำบริษัท, คลาสฟิตเนสฟรี, ปรึกษาปัญหากับจิตแพทย์, Voucher คลินิกเสริมความงาม และสวัสดิการเบิกเงินค่าหนังสือ เป็นต้น

  • สวัสดิการด้านการเงิน

อีกหนึ่งสวัสดิการยอดฮิต ที่พนักงานต้องการไม่แพ้ด้านอื่น ๆ คือ สวัสดิการด้านการเงิน เพราะเป็นส่วนที่ช่วยลดภาระในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ค่าน้ำมันในแต่ละเดือน, ค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน และคูปอง Food delivery เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/